เมื่อนายเกรียงศักดิ์ มาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ก็เข้าใจปัญหาของสินค้าเกษตรล้นตลาด ราคาผลผลิตตกต่ำ บางปีผลไม้ให้ผลผลิตมาก แทนที่จะขายได้ราคา กลับปรากฏว่า ถูกกดราคาขายไม่ได้ เมื่อขายไม่ได้ ขายไม่ทัน ในที่สุดผลไม้เหล่านั้นเน่า เสีย ก็ต้องทิ้งไป บางส่วนก็นำไปทำปุ๋ยหมัก แต่เมื่อมีปริมาณมากเข้า จะทำปุ๋ยอย่างเดียวก็น่าเสียดาย คิดว่าน่าจะมีกระบวนการอย่างอื่น ที่จะสามารถนำไปแปรรูปให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจในตลาดได้ จะทำผลไม้กวน ก็มีการทำอยู่มากมายหลายจังหวัด จะทำแช่อิ่มก็ใช่ว่าจะทำได้ดีหากไม่มีความชำนาญ และประสบการณ์
ด้วยความที่เป็นคนชอบสิ่งแปลกใหม่ และศึกษาหาความรู้ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ในหนังสือ ถามผู้รู้หลาย ๆ ท่าน และได้ข้อมูลมาบ้างในเรื่องของการ “แปรรูปผลไม้ในระบบสุญญากาศ” ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่สลับซับซ้อน อีกทั้งเป็นการถนอมผลไม้ ที่ไม่มีการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ กลิ่น สี รสชาติ ของผลไม้ยังคงสภาพเดิม เพียงแต่จะมีความกรอบ และสามารถเก็บได้นานขึ้น อีกทั้งในการแปรรูปผลไม้ในระบบนี้ ใช้ผลไม้สุก ดังนั้น จึงมีความหวานตามธรรมชาติ ไม่มีการเติมสี เติมรส หรือสารเคมีในการปรุงแต่งใด ๆ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ที่สนใจในเรื่องของสุขภาพอย่างแท้จริง การแปรรูปผลไม้ในระบบสุญญากาศนี้ สามารถแปรรูปผลไม้สุก ได้ทุกชนิด ไม่ว่า จะเป็น ขนุน กล้วย ทุเรียน สับปะรด มะม่วง มะละกอ ฯลฯ และผักต่าง ๆ อีกด้วย
โดยในช่วงแรก มีเครื่องสุญญากาศเพื่อทำผลไม้มี 1 เครื่อง มีคนทำงานเพียงแค่ 4 คน คือ นายเกรียงศักดิ์ ภรรยา และคนงาน 2 คน เท่านั้น ส่วนผลไม้ที่เป็นวัตถุดิบก็ใช้ของที่สวน และชาวบ้านในระแวกใกล้เคียง เพื่อให้ชาวบ้านในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการทำเกษตรกรรม อีกทั้งชาวบ้านที่ปลูกไม้ผลเพียงไม่กี่ต้น เมื่อมีผลผลิตออกมา จะเก็บไว้รับประทานเองก็มากเกินไป จะนำไปขายก็น้อยเกินไป ก็สามารถรับเข้ามาแปรรูปได้เช่นกัน
เมื่อดำเนินการไปได้ในระยะหนึ่ง นายเกรียงศักดิ์จึงได้ขอเข้ารับคำปรึกษาจากสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอศรีมหาโพธิ สำนักงานส่งเสริมการเกษตรอำเภอศรีมหาโพธิ และสำนักการเกษตรจังหวัด จัดตั้งเป็นรูปกลุ่มแม่บ้านขึ้น ในชื่อว่า “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองโพรง” เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2546 มีนางรุ่งอรุณ อุดมสิน เป็นประธานกลุ่มฯ และนายเกรียงศักดิ์ อุดมสิน เป็นที่ปรึกษากลุ่มฯ

เมื่อมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการผลิต แปรรูปผลไม้ ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ คิดว่าจะเป็นแค่ช่วยเหลือกันในระดับชุมชน ในระดับหมู่บ้านเท่านั้น แต่เมื่อกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองโพรงได้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ดังนั้นกลุ่มแม่บ้านในแต่ละท้องที่ กลุ่มผู้นำชุมชนในแต่ละจังหวัด จึงขอเข้าศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งนายเกรียงศักดิ์ ก็ยินดีที่จะให้ความรู้และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่าง ๆ ทุก ๆ กลุ่ม

จากการที่ในช่วงแรก จัดตั้งเป็นกลุ่มแม่บ้านมีโรงผลิตเล็ก ๆ ในนาม ”กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองโพรง” มีสมาชิกในกลุ่มสลับกันมาดำเนินการวันละ 4-5 คน มีเครื่องสุญญากาศ 1 เครื่อง ไม่มีเครื่องทุนแรง วัตถุดิบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือผัก ใช้มีดปอกและหั่นเท่านั้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 ทางสำนักงานพัฒนาชุมชน ได้ให้ส่งผลิตภัณฑ์เข้าร่วมประกวด คัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ในปี 2547 ซึ่งในการคัดสรรในปีนี้ กลุ่มแม่บ้านฯ ได้รับคัดสรรผลิตภัณฑ์ ในระดับ OTOP 5 ดาว

และได้เข้าร่วมงาน OTOP CITY ปี 2547 ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เป็นอย่างมาก ทำให้การผลิตที่ดำเนินอยู่ ไม่สามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้ อีกทั้งในรูปแบบของกลุ่มแม่บ้านยังเป็นในลักษณะของครอบครัว โรงงานมีขนาดเล็ก เมื่อลูกค้าต่างประเทศเดินทางมาดูโรงงาน มาดูสินค้า ต่างก็ส่ายหน้า เพราะดูแล้วกำลังการผลิต ไม่สามารถที่จะผลิตสินค้าได้ตามความต้องการของลูกค้า รวมทั้งไม่มีกำลังการผลิตเพื่อส่งออก อีกทั้งคำถามประจำที่ลูกค้าแทบทุกรายถามก็คือ สินค้า 1 ตู้คอนเทรนเตอร์ ประมาณ 2,000 กก. จะใช้เวลาผลิตเท่าไหร่ ซึ่งคำตอบที่ได้รับ ใช้เวลา 3 เดือน
ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ลูกค้าได้ยินก็ถอยหลังหมด อีกทั้งสต็อกของวัตถุดิบก็ไม่มีที่เก็บ มีเพียงตู้แช่แข็งเล็ก ๆ แบบตู้ไอสครีมไม่กี่ตู้ ที่จะใช้เก็บของวัตถุดิบได้ไม่ถึง 100 กก.
จากการที่มีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เดินทางมาดูผลิตภัณฑ์ ถึงจังหวัดปราจีนบุรี แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ลูกค้าให้ความสนใจเป็นอย่างมาก นายเกรียงศักดิ์ จึงคิดว่า การที่มีโรงงานเล็ก ๆ แบบนี้ คงจะอยู่ไม่ได้
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลิตภัณฑ์เราไม่ดีหรือไม่มีลูกค้า แต่อยู่ที่เราไม่กำลังความสามารถผลิตสินค้าให้ลูกค้าได้

เมื่อได้มีโอกาสขยายโรงงงาน จำเป็นต้องให้ได้มาตรฐานเพื่อการส่งออก ซึ่งโรงงานที่สร้างใหม่จึงอยู่ในมาตรฐานของ GMP Codex และมาตรฐานการผลิตสินค้าในระบบ HACCP

และนายเกรียงศักดิ์ ตั้ง “บริษัท ฟรุ้ตเทค จำกัด” ขึ้น เพื่อรองรับการทำงานด้านธุรกรรม สามารถติดต่อกับลูกค้าต่างประเทศได้โดยตรง และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการดำเนินทางการตลาดให้กับลูกค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยสมาชิกในกลุ่มแม่บ้านก็ยังคงร่วมกันทำงาน
โรงงานใหม่สร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2548 เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าทั้งรายเก่าและรายใหม่ และได้รับการส่งเสริมการลงทุน จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยได้เพิ่มเครื่องจักรเข้ามาช่วยในการผลิตให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

คุณสมบัติเด่น ของผลิตภัณฑ์ ประเภทนี้คือ คงสภาพของสี กลิ่น รสชาติ เหมือนผลไม้สด แต่มีเสน่ห์ตรงที่มีความกรอบ และรับประทานง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการเกือบครบถ้วน สามารถรับประทานเป็นของขบเคี้ยว ได้ หรือนำไปปรุงเป็นอาหาร หรือขนม ได้ เช่นสับปะรดอบแห้งที่ผ่านกระบวนการนี้ สามารถนำกลับไปทำเป็นผัดเปรี้ยวหวานได้ หรือกล้วยอบกรอบ เมื่อใส่กะทิ ใส่ไมโครเวฟ ก็เป็นกล้วยบวชชีได้เลย
อีกทั้งผลไม้บางชนิด เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง หรือสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง ที่ทางโรงงานใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปนั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระ รวมทั้งในกระบวนการผลิต ยังมีสาร ORYZANOL ที่ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอล และการจับตัวของเกร็ดเลือด อีกทั้งเป็นตัวช่วยต้านอนุมูลอิสระ ได้สูงกว่าวิตามินอีถึง 6 เท่า ในสภาวะที่อยู่ในน้ำ (อ้างอิง DAJIAN, H.OU.B.HAMPSCH-WOODILL M., FLANAGAN , J.A.,AND DEEMER,E.K.2002)
จึงสรุปได้ว่า สินค้าที่ผลิตภายใต้ Brand D-FRESH เป็นอีกทางเลือกใหม่ สำหรับผู้บริโภค ที่ใส่ใจในสุขภาพ แทนที่จะรับประทานขนมประเภทแป้งทอด ที่มีแต่ไขมัน แป้งและ น้ำตาล แต่สำหรับผลไม้อบกรอบนี้ ผลิตมาจากผลไม้สุก จากธรรมชาติ 100% ไม่ผสมสารเคมี ใด ๆ จึงเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่ง ที่ลูกค้าโดยเฉพาะจากต่างประเทศ ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก
“ลูกค้าต่างประเทศ บางราย เดินทางมาตรวจโรงงานถึง 4 รอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ ว่าจะมีความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคในประเทศเขาหรือไม่ บางรายตั้งใจเดินทางมาดูโรงงาน แล้วกลับภายในวันเดียว วันรุ่งขึ้นก็มีคำสั่งซื้อ บางรายไม่เชื่อว่าเราไม่ผสมสารเคมีหรือสารปรุงแต่งรส จริง ๆ ก็ขอผลิตให้ดูตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่เป็นผลไม้สุก ปอกหั่นและนำเข้าเครื่อง จนถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งลูกค้ารอดู และขอชิมเลยก็มี ซึ่งทำให้เขามั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ของเราไม่ได้ผสมสิ่งอื่นใด ๆ จริง ”
นอกจากนี้ ในตัวผลไม้ที่ใช้ในการผลิตนั้น ได้เปรียบคู่แข่งในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม ไต้หวัน ถึงแม้ว่าเขาจะผลิตในกระบวนการเดียวกัน แต่เขาจะสู้ในเรื่องของวัตถุดิบไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง สับปะรด ขนุน มะละกอ ทุเรียน ที่เราใช้ เพราะผลไม้ของไทยมีคุณภาพมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรสชาติที่มีความหวานหอม กลิ่น สี จะมีเป็นความเฉพาะตัวของผลไม้ไทย เมื่อผ่านขบวนการผลิตแล้ว จะมีความกรอบ นุ่ม หากรับประทานจะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน เป็นสิ่งที่ในประเทศอื่น ๆ เขาไม่มี เพราะทั้งรสชาติ สี และเนื้อสัมผัสของเขาจะต่างออกไป จะมีความแข็งกระด้าง
ตรงจุดนี้ จึงทำให้เราได้เปรียบคู่แข่งในตลาดต่างประเทศ ที่เป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน

ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีหนทางจำหน่ายวัตถุดิบ นอกจากที่จะรอแต่พ่อค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว ซึ่งทุกสวนจะเป็นสวนที่ได้รับการรับรองจากกรมส่งเสริมการเกษตร ที่ไม่มีการใช้สารเคมีในการดูแลรักษา
นอกจากนี้นายเกรียงศักดิ์ ได้เสนอแนะภูมิปัญญาชาวบ้านด้วยการทำน้ำสกัดจากสมุนไพรในการกำจัดแมลงศัตรูพืช ส่วนเศษจากวัตถุดิบ เช่นเปลือกสับปะรด และเปลือกขนุนนั้น จะมีเกษตรกรที่ทำปศุสัตว์เข้ามารับที่โรงงาน เพื่อนำไปทำเป็นอาหารสัตว์

และในปี 2549 ที่ผ่านมา ทางบริษัท ฟรุ้ตเทค จำกัด ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award (PM AWARDX จากกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจยิ่ง จะเห็นได้ว่า เราเพิ่งดำเนินธุรกิจมาเพียงแค่ 2 ปี เท่านั้น แต่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก

และในเดือนกันยายน 2549 นายเกรียงศักดิ์ อุดมสินได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำกลุ่มอาชีพก้าวหน้าระดับประเทศ

เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม พ.ศ. 2550 บริษัท ฟรุ้ตเทค จำกัด ได้ส่งผลไม้เข้าคัดเลือกเพื่อไปร่วมงานมหกรรมกีฬาโอลิมปิคเกมส์ ณ สาธารณารัฐประชาชนจีน ที่ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ( อ.ต.ก.) เป็นผู้แทนจัดคัดเลือก ซึ่งทางบริษัท ฯ ได้รับรางวัล ลำไยอบกรอบ ชนะเลิศอันดับ 1
ขนุนอบกรอบ สับปะรดอบกรอบ และกล้วยหอมอบกรอบ ได้รับรางวัลอันดับที่ 2

จากผลไม้อบกรอบที่ได้รับคัดเลือก ได้ส่งเข้าไปประกวด ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนสิงหาคม 2550 ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า ผลไม้อบกรอบจากบริษัท ฟรุ้ตเทค ได้รับคัดสรร 3 รายการ คือ ขนุนอบกรอบ สับปะรดอบกรอบ และลำไยอบกรอบ เพื่อเข้าร่วมรายการมหกรรมกีฬาโอลิมปิค ในปี 2008 ทั้งนี้ ขนุนอบกรอบและสับปะรดอบกรอบนั้น ได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิคอันดับที่ 3 ทั้ง 2 รายการ จากเข้าร่วมคัดสรร ทั้งสิ้น 11 ประเทศ

“….สำหรับการทำงานเพื่อให้ประสบความสำเร็จแล้ว ทุกคนก็รู้ว่ามันยากมาก กว่าจะไปถึงจุดความหวังที่ตั้งไว้ แต่หากเรา ไม่มีความท้อและถดถอย.. ความหวังที่เราตั้งไว้ ก็ไม่ไกลเกิน.....มือเอื้อมถึง.........”

กล่าวโดย นายเกรียงศักดิ์ อุดมสิน

 

 

 
 
 
Copyright © 2008, Fruit Tech Co., Ltd , All Rights Reserved